เพิ่มความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติด้วย Filler
เสริมจมูก, เสริมคาง, กำจัดริ้วรอย, เติมร่องแก้ม, เติมรอยหลุ่มสิว, ฯลฯ
Filter คืออะไร ?
เป็นการฉีดสารเติมเต็มผิวเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ริ้วรอยร่องลึก หรือบริเวณแผลเป็นหลุม เพื่อเติมเต็มร่องหรือหลุมให้ตื้นขึ้น เหมือนทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น ดูอ่อนวัยเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังใช้ในการเติมเต็มริมฝีปากให้เอิบอิ่ม และปั้นแต่งรูปร่างของริมฝีปากได้
บริเวณใดบ้างที่สามารถฉีด Filler ได้ ?
- บริเวณร่องแก้ม
- ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบริมฝีปาก
- บริเวณรอยขมวดคิ้ว
- ร่องลึกที่หน้าผาก
- แผลเป็นหลุม
- ริมฝีปากทั้งบนและล่าง
- รอยตีนกา
- ใต้ตา
ตัวอย่างปัญหาที่แก้ได้ด้วย Restylane
1. ฉีดเสริมจมูก : การเสริมจมูกในเมืองไทย จัดเป็นค่านิยมทางศัลยกรรมตกแต่ง อันดับต้นๆ โดยพบว่าการเสริมจมูกในยุคแรกจะใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งมีหลากหลายวิธี ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต่อมาได้มี การพัฒนาแนวการเสริมจมูกแบบใหม่ ที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ในปัจจุบันแพทย์นิยมฉีดด้วย สาร Restylane มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะใช้ปริมาณน้อยกว่า ฉีดง่ายกว่า การยุบตัวน้อยกว่า อยู่คงที่ไม่ไหลเอียงเหมือนซิลิโคนเหลว ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าสารตัวอื่นๆ ความพึงพอใจของคนไข้มากกว่าสารตัวอื่นๆ
2. ฉีดเสริมคาง : เริ่มมีการนำมาฉีดมากขึ้น เพราะไม่เกิดรอยแผลผ่าตัด หลังฉีดสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องพักรักษาตัว คนไข้สามารถรับรู้ผลการฉีดทันทีว่าพึงพอใจหรือยัง จะเติมปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะที่ทำคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา
3. ฉีดเติมริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ : จัดเป็นสารที่นำมาฉีดเติมริ้วรอยให้ตื้นขึ้น มักจะใช้เสริมหลังการฉีดสาร Botox เนื่องจากว่า Botox จะแก้ได้เฉพาะริ้วรอยลึกๆ เช่นที่ หัวคิ้ว หน้าผาก หรือตีนกา แต่ในกรณีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ไม่สามารถฉีด Botox ได้เนื่องจากว่าอาจจะมีผลต่อกล้ามเนื้อตา
4. ฉีดเติมร่องแก้ม ฉีดแก้มให้เต็ม ฉีดเติมขมับ ฉีดขอบตาลึกให้เต็มขึ้น : จัดว่าเป็นหัตถการที่ถือว่าได้ผล และปลอดภัยกว่าวิธีอื่นๆ เพราะเลือกปริมาณและรูปแบบตามต้องการได้
5. ฉีดรอยหลุม สิวให้เต็ม : การฉีดหลุมสิว ได้ผลดีเฉพาะหลุมสิวแบบรีดแล้วเรียบ (Rolling Scar) และมีปริมาณไม่มากนัก สำหรับรอยหลุมแบบจิก หรือแบบที่มีพังผืดเกาะใต้ฐาน หลุมสิว ได้ผลไม่ดีนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดก้อนแข็งข้างหลุมสิวแทน
6. ฉีดบริเวณ อื่นๆ ที่ต้องการแก้ไข : แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป เช่น การฉีดเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
สารเติมเต็มที่ว่าคืออะไร ?
สารเติมเต็มมีหลายชนิด แบ่งเป็นกลุ่มสารเติมเต็มตามธรรมชาติซึ่งอยู่ได้ชั่วคราว และสารเติมเต็มที่เป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น Silicon ซึ่งจะอยู่ได้ถาวรในผิวหนั้ง แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงเฉพาะสารเติมเต็มตามธรรมชาติที่ทางคลินิกใช้ นั่นก็คือ “Restylane”
Restylane คืออะไร ?
Restylane คือสารเติมเต็มผิวตามธรรมชาตี่มีความปลอดภัยสูง ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนทำการรักษา Restylane เป็นเจลคริสตัลผลิตจาก Hyaluronic Acid (HA) ด้วยกระบวนการ Minimal Stabilization ส่งผลให้ HA สามารถคงอยู่ใต้ผิวหนังได้ยาวนานขึ้น โดยมีคุณสมบัติเก็บกักน้ำให้ผิว และรักษาช่องว่างเซลล์ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกติเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น HA ธรรมชาติที่อยู่ใต้ผิวหนังจะมีปริมาณที่ลดลงส่งผลให้เกิดริ้วรอย โครงสร้างใบหน้าแลดูหย่อยคล้อย ดังนั้นการเติมเต็ม Restylane จะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเต่งตึง และสามารถเติมเต็มริ้วรอย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติในทันทีด้วยความปลอดภัย
ผลที่ได้จากการฉีด Restylane ?
ริ้วรอยร่องลึกตื้นขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ เลือนหายไป รอยหลุมสิวเต็มหรือตื้นขึ้น ริมฝีปากเต็มอิ่ม
เมื่อไรจึงจะเห็นผล ?
Restylane เห็นผลการรักษาทันทีหลังทำเสร็จ และผลการรักษาอยู่ได้นาน 6 – 18 เดือน
เจ็บมากแค่ไหนตอนที่ฉีด Restylane ?
การฉีด Restylane ทำโดยการใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก ความเจ็บจึงมีไม่มากนัก แต่จำเป็นต้องทายาชาบนผิวก่อนทำการฉีด Restylane เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้นขณะทำการรักษา แต่บางบริเวณอาจต้องใช้ยาชาฉีดร่วมด้วย เช่น บริเวณรอยร่องแก้ม
ผลข้างเคียงจากการฉีด Restylane มีอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงของการฉีด Restylane ที่พบได้คือ หลังฉีดเสร็จบริเวณที่ฉีดจะมีอาการบวมตึงหรือแดงเล็กน้อยประมาณ 1 – 2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองประมาณ 1 – 4 สัปดาห์
การฉีด Restylane สามารถทำซ้ำได้กี่ครั้ง ?
การฉีด Restylane สามารถกลับมาฉีดเพิ่มได้เรื่อย ๆ เมื่อผู้รับการรักษารู้ว่า Restylane เดิมเริ่มลดลง Restylane เป็นสารที่ใช้แล้วหมดไปไม่ตกค้างเป็นสารพิษในผิว ดังนั้นจึงฉีดเพิ่มเติมได้ตลอดเมื่อต้องการ
ราคา CC ละ 15,000 บาท
*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า


